หมวกกันน็อค (Helmet)

เป็นสิ่งแรกที่ต้องนึกถึง ไม่ว่าระยะทางขับขี่จะใกล้หรือไกล คุณก็ต้องใส่มันเพื่อความปลอดภัย สไตล์ของหมวกกันน็อคจะบ่งบอกถึงความเป็นตัว รสนิยมของคุณ ซึ่งหมวกกันน็อคมีหลายแบบ

1.หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ (Half face) เป็นที่ใช้กันส่วนมาก เพราะสวมใส่ง่าย สะดวก แต่ข้อเสียคือเป็นหมวกที่มีประสิทธิภาพป้องกันต่ำมาก เป็นหมวกที่ปกป้องได้แค่บริเวณกระหม่อมศรีษะ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุแล้วแทบจะไม่ช่วยป้องกันอะไรได้เลย อีกทั้งไม่เหมาะแก่การขับขี่ด้วยความเร็วที่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2.หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้า (Open face) เป็นหมวกกันน็อคที่ป้องกันทั้งศรีษะ มีทั้งกระจกบังลมและไม่มีกระจกบังลม เป็นหมวกกันน็อคที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางระยะกลาง เนื่องจากให้มุมมองกว้างมาก มองเห็นง่าย หันซ้าย หันขวาสะดวก ข้อเสียคือไม่มีการป้องกันบริเวณคางและลมสามารถย้อนเข้ามาใต้คาง อันเป็นสาเหตุให้ตาแห้งได้ง่าย

3.หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ (Full face) เป็นหมวกกันน็อคที่ปลอดภัยที่สุด ป้องกันทั้งศรีษะ ปิดใบหน้าทั้งหมดเห็นเฉพาะจมูกและตาเท่านั้น นิยมใช้งานกับกลุ่มรถ Bigbike เหมาะสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งมาก และมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง-สูงมาก ข้อเสียคือสวมใส่ค่อนข้างยาก และอาจอึดอัดสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย ราคาจะขึ้นกับคุณสมบัติของหมวก อาจถอดเปลี่ยนนวมได้ง่าย ถอดซักล้างนวมได้ มีแว่นกันแดดชั้นที่ 2 สามารถติดตั้งแผ่นกันผ้า มีช่องระบายอากาศเยอะเป็นต้น อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือวัสดุที่ใช้ทำเปลือกหมวก ยิ่งน้ำหนักเบามากขึ้นเท่าไหร่ ราคาหมวกก็จะยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น

4.หมวกกันน็อคแบบยกคาง (Modular) รูปร่างภาพนอกจะเห็นเป็นหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แต่มีคุณสมบัติสามารถยกคางหมวกกันน็อคขึ้นได้ ให้กลายเป็นหมวกเปิดหน้า มีความสะดวกในการใช้งาน และยังปลอดภัยมากกว่าหมวกแบบเปิดหน้าปกติ แต่มีข้อเสียคือหมวกประเภทนี้ค่อนข้างหนัก เนื่องจากมีกลไกค่อนข้างมาก

5.หมวกกันน็อคแบบวิบาก ( Dirt , MOtocross ) เป็นหมวกที่เหมาะสำหรับการขับขี่ทาง off road โดยลักษณะตัวหมวกจะมีพื้นที่บริเวณคางยื่นออกไปมากกว่าหมวกแบบอื่นๆ เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดส่วนใหญ่นั้น คางของผู้ขับขี่มักจะกระแทกพื้นบ่อย จึงมีการเสริมพื้นที่ด้านหน้าของตัวหมวกให้ยาว เพื่อไม่ให้คางของผู้ขับขี่กระแทกตัวหมวก หมวกลักษณะนี้จะไม่มีกระจกบังลมมาให้ แต่ถูกออกแบบมาให้สามารถสวมแว่นตาแบบรัดกับหมวก เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และยังมีแก๊ปด้านบน ทำหน้าที่บังแดด และบังดินโคลนอีกด้วย

6.หมวกกันน็อคแบบกึ่งวิบาก , ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ ( Dual sport ) จะลักษณะคล้ายหมวกวิบาก แต่ในส่วนของแว่นตานั้นเปลี่ยนเป็นกระจกบังลมเหมือนกันหมวกกันน็อคเต็มใบแทน หมวกประเภทนี้ส่วนใหญ่มักติดตั้งแว่นกันแดดด้านในมาด้วย เพื่อความสะดวกในการใช้งานคล้ายกับทรงหมวกกันน็อคยกคาง นิยมใช้งานในระยะทางไกล 

เสื้อเเจ็กเก็ต (Jacket)การเลือกเเจ็กเก็ตสิ่งที่คุณจะต้องคำนึงถึงก็คือ ต้องเลือกให้เข้ากับสภาพอากาศ ซึงเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เสื้อเเจ็กเก็ตต้องมีคุณสมบัติ สวมใส่สบายน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว ดูแลรักษาง่าย มีความทนทานปกป้องได้ดี และถ้าสามารถเสริมการ์ดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยก็จะดีมากเลยทีเดียว

ถุงมือ (Glove) มันเป็นอุปกรณ์เล็กๆที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว เพราะเมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกแรกที่จะสัมผัสพื้นก่อนก็คือมือของเรานั่นเอง ดังนั้นถุงมือมีหน้าที่ ปกป้อง ลดอาการบาดเจ็บ ไม่ให้ถลอกหรือเศษหินทิ่ม ป้องกันแสง UV การเลือกถุงมือสำคัญมากอย่างแรกคือการลองทั้งสองข้าง ต้องไม่หลวมหรือคับจนเกินไป ต้องพอดีกับมือมีความคล่องตัว 

ถุงมือมีอยู่ 2 แบบ คือ ถุงมือแบบข้อสั้น และถุงมือแบบข้อยาว

ถุงมือแบบข้อสั้น แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบผ้า และ แบบหนัง ซึ่งแบบผ้าจะระบายอากาศได้ดีกว่า

ถุงมือแบบข้อยาว จะมีลักษณะเป็นหนัง เหมาะสำหรับออกทริปไกลๆ หรือใช้แข่งขันในสนาม

รองเท้า (Shoes)  นับเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลย นอกจากความเท่ที่เป็นสไตล์ของคุณแล้ว มันยังช่วยป้องกัน

คุณจากสิ่งไม่ขาดคิด ซึ่งรองเท้าที่ใช้ขี่รถมี 2 แบบ คือ

1.รองเท้าขี่มอเตอร์ไซค์ข้อยาว (ที่ใช้ในสนามแข่ง) รองเท้าขี่มอเตอร์ไซค์แบบบูทยาวส่วนใหญ่จะใช้ในสนามแข่งที่ใช้ความเร็วสูง ป้องกันข้อต่างๆ บริเวณเท้า ข้อเท้า ตาตุ่ม และนิ้วเท้า ให้ได้รับการบาดเจ็บน้อยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

2.รองเท้าขี่มอเตอร์ไซค์หุ้มส้น (ข้อสั้น) เป็นรองเท้ามอเตอร์ไซค์ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมเกียร์และเบรกได้คล่องตัวในการขับขี่บนถนน

แต่อย่างไรก็ตามการเลือกใช้รองเท้าก็ต้องเลือกตามความชอบ สไตล์ของคุณ ตามการใช้งานจริง วัสดุที่ใช้ก็มีให้เลือกทั้งแบบหนัง พลาสติก เหล็ก ตามราคาที่ต้องการการ

นอกจากนี้ก็มีรองเท้ามอไซค์อีกแบบแนะนำและน่าจะเป็นทางเลือกลำดับต้นๆของพวกหนุ่มไบเกอร์ คือ รองเท้าบูท ที่เน้นความดิบ ความเซอร์ ใส่กับเสื้อหนังเท่และยีนส์ตัวเก่ง ซึ่งรองเท้าชนิดนี้ถูกดีไซน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ มีทั้งหนังสีดำและสีน้ำตาล รวมถึงความยาวของรองเท้าที่มีตั้งแต่หุ้มข้อไปจนถึงหัวเข่า เพื่อปกป้องขาจากความร้อนของท่อไอเสียและเครื่องยนต์ มีเหล็กแข็งด้านในติดตั้งอยู่บริเวณปลายเท้าและส้นเท้า ซึ่งช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ง่ายขึ้น มีทั้งแบบผูกเชือกและแบบสายเข็มขัดรัดข้อเท้า ที่มากไปกว่านั้นคือยังดูสวยงาม ใส่เดินเที่ยวได้สบายๆ เหมือนกับรองเท้าหนังทั่วไปอีกด้วย

             อุปกรณ์และเสื้อผ้าเหล่านี้  ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสแฟชั่น ที่น่าจับตามอง ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผู้ขับขี่  ยกระดับความเท่ ดูดี มีสไตล์ ในแบบที่ผู้ขับขี่แต่ละคนชื่นชอบ สำหรับชาวไบค์เกอร์ ในรูปแบบต่างๆ และที่สำคัญท่สุดคือความปลอดภัย

ใส่ความเห็น

You have to agree to the comment policy.